หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ข้อมูลหมู่บ้าน
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
ที่ทำการ อบต.ท่าเจ้าสนุก

โครงสร้างอบต.ท่าเจ้าสนุก
คณะผู้บริหาร อบต.ท่าเจ้าสนุก
สมาชิกสภา อบต.ท่าเจ้าสนุก
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนาฯ

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.
สภาเด็กและเยาวชน.

การแถลงนโยบายต่อสภา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนพัฒนาตำบล
แผนดำเนินการประจำปี
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนอัตรากำลัง

รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานงบรายรับ-รายจ่าย
แผนการจัดหาพัสดุ
ผลการตรวจรับพัสดุ
ผลประกาศสอบราคา
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศกำหนดสมัยประชุม
ประกาศเรียกประชุมสภาฯ
รายงานการประชุมสภาฯ
รายงานประชุมคณะผู้บริหาร
พบเห็นทุจริตโปรดแจ้ง
พรบ/กฏระเบียบกระทรวง
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
สาระน่ารู้/เอกสารเผยแพร่

ผู้ดูแลระบบ
แบบวัดความพึงพอใจ
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เช็คอีเมล์
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานสนทนา อบต.ท่าเจ้าสนุก ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
   
 
บึงสวนพริก หมู่ 9 ตำบลท่าเจ้าสนุก  
เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ธรรมชาติร่มรื่นสวยงาม อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การนั่งพักผ่อน หย่อนใจในตอนเย็นๆ


 
   
   
   
 
บ่อน้ำโบราณ พระเจ้าทรงธรรม  
บ่อน้ำศักดิ์สิทธ์อายุ 400 ปี ก่อสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งถูกค้นพบและอนุรักษณ์ไว้ให้คงสภาพเดิมเพื่อชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป


 
   
   
   
 
วัดสฏางค์  
วัดสฏางค์ เป็นวัดมหานิกายตั้งอยู่บริเวณคุ้งแม่น้ำ ป่าสักฝั่งตะวันตก ในเขตบ้านสฏางค์ ตำบลท่าเจ้าสนุก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตรงกับรัชกาลที่ ๓ โดยกรมหมื่นไกรสรวิชิต พระราชโอรสของรัชกาลที่๑ วัดสฎางค์เดิมชื่อวัด "วัดเสือด่าง"แล้วจึงเปลี่ยนเป็นชื่อ "วัดศรีมหาโพธิ์" ต่อมาเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ พระราชโอรสของรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จมาที่วัด เห้นว่าวัดชำรุดทรุดโทรมมาก จึงบริจาคเงินเพื่อทำการบูรณะวัดเสียใหม่ จำนวน ๑ ชั่ง (เท่ากับ ๘๐ บาท ตามมาตราแลกเปลี่ยนเงินตรา) ซึ่งเงินจำนวน ๘๐ บาทนี้ หากมาเทียบกับค่าของเงินสมัยนี้จะแตกต่างกันมากทีเดียว และชาวบ้านจึงให้เกียรติท่านเรียกว่า "วัดอัษฎางค์"จนกระทั่งเรียกเพี้ยนต่อๆกันมาเป็น "วัดสฎางค์" ดังปัจจุบัน สถานที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก มีต้นไม้ใหญ่หลายชนิดอายุนับร้อยๆปี ขึ้นอยู่ในบริเวณเวัดจำนวนมาก คาดว่าวัดนี้สร้างมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งเป็นสำนักสงฆ์ก่อนยังไม่มีอุโบสถ เพราะเป็นวัดที่ห่างไกลเมืองหลวง จึงไม่นิยมสร้างเป็นอุโบสถที่ถาวรอย่างในเมืองหลวง เพราะเหตุบังคับ บ้านเมืองถูกภัยสงครามคุกคามอยู่เสมอ เมื่อข้าศึกมา ทั้งชาวบ้านและพระสงฆ์ก็ต้องอพยพหลบหนีบ้านก็ร้าง วัดก็ร้าง เมื่อเหตุการณ์ปกติก็กลับมาฟื้นฟูวัดใหม่อีกจึงไม่จำเป็นต้องสร้างอุโบสถถาวร คงสร้างเพียงศาลาคลุมพระพุทธรูปไว้เท่านั้น ต่อมาภายหลังจึงมีการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ เมื่อสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้สนับสนุนให้สร้างวัดให้สวยงามประชุนกัน เพื่อประดับบ้านเมืองทั้งในเมืองหลวงและตามหัวเมืองและสืบทอดพระพุทธศาสนา สันนิษฐานว่าวัดสฎางค์ ทำการก่อสร้างอุโบสถหลังเก่าโดย "กรมไกร" หรือ "กรมหมื่นไกรสรวิชิต" พระโอรสองค์ที่ ๔๑ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก "กรมไกร" ได้สร้างอุโบสถวัดสฎางค์ในสมัยรัชกาลที่๓ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๒-๒๓๙๐ เป็นฝีมือของช่างหลวงระดมกันทำที่เรียกว่า "ช่างสิบหมู่"ฝีมือแต่ละหมู่ไม่เหมือนกันรูปร่างลวดลายของปูนปั้น ประตูหน้าต่างจึงแตกต่างกันเรียกว่าแต่ละหมู่ทำกันตามถนัด วัดสฎางค์ สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๕๙ ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม กษัตย์แห่งกรุงศรีอยุธยา


 
   
   
   
 
พระนอนวัดสะตือ  



 
   
   
   
 
เขื่อนพระรามหก